คู่มือการลงสินค้าในระบบ WooCommerce
ติ๊ก อะไหล่เดิม | TICK ALAIDERM
เอกสารภายใน, สำหรับทีมงานเท่านั้น
เวอร์ชัน: 1.1
อัปเดตล่าสุด: มิถุนายน 2569
เว็บไซต์: tick-alaiderm.com
สารบัญ
- หลักการและมาตรฐานของร้าน
- การเตรียมรูปภาพสินค้า
- การเตรียมข้อมูลสินค้า
- การเพิ่มสินค้าประเภท Simple Product
- การเพิ่มสินค้าประเภท Variable Product
- การกำหนดหมวดหมู่และแท็กสินค้า
- การจัดการสต็อกและอัปเดตราคาสินค้า
- ตรวจสอบก่อนเผยแพร่
ส่วนที่ 1, หลักการและมาตรฐานของร้าน
ร้านติ๊ก อะไหล่เดิม จำหน่ายอะไหล่แท้เบิกศูนย์ Honda สำหรับมอเตอร์ไซค์รุ่นยอดนิยม เช่น Wave, Click, PCX และ Scoopy ข้อมูลสินค้าที่แม่นยำและครบถ้วนคือสิ่งสำคัญที่สุด เนื่องจากลูกค้าต้องใช้รหัสชิ้นส่วนและปีผลิตในการตัดสินใจซื้อ
หลักการสำคัญที่ต้องยึดถือทุกครั้ง:
- ใช้รหัสอะไหล่ (Part Number) เป็นส่วนหนึ่งของชื่อสินค้าทุกครั้ง เช่น
[12100-KPH-700] - ระบุรุ่นรถและปีที่รองรับอย่างชัดเจนในทุกสินค้า
- ไม่ลงสินค้าที่ยังไม่มีรูปภาพ หรือข้อมูลไม่ครบ
- ราคาต้องสอดคล้องกับราคาต้นทุน + กำไรตามที่ผู้จัดการกำหนด
ส่วนที่ 2, การเตรียมรูปภาพสินค้า
2.1 มาตรฐานรูปภาพของร้าน
| รายการ | มาตรฐาน |
|---|---|
| ขนาด | 800 × 800 px ขึ้นไป (สัดส่วน 1:1) |
| รูปแบบไฟล์ | .webp (แนะนำ) หรือ .png / .jpg |
| พื้นหลัง | ขาวสะอาด หรือพื้นหลังโปร่งใส (PNG) |
| ขนาดไฟล์ | ไม่เกิน 500 KB ต่อรูป |
| จำนวนรูปต่อสินค้า | อย่างน้อย 1 รูป แนะนำ 2–3 รูป |
2.2 ขั้นตอนเตรียมรูปภาพ
- ถ่ายภาพหรือรับไฟล์ภาพจากทีมถ่ายภาพ
- ตรวจสอบว่าชิ้นส่วนเห็นชัดเจน ไม่มีเงาทับ ไม่เบลอ
- Resize ให้ได้ขนาด 800 × 800 px (ใช้โปรแกรม Photoshop, Canva หรือ Squoosh.app)
- แปลงไฟล์เป็น
.webpหากเป็นไปได้ เพื่อให้เว็บโหลดเร็วขึ้น - ตั้งชื่อไฟล์ให้สื่อความหมาย เช่น
wave125i-12100-kph-700.webp(ห้ามใช้ภาษาไทยในชื่อไฟล์) - บันทึกลงในโฟลเดอร์สินค้าที่กำหนด ก่อนอัปโหลดขึ้นเว็บ
เคล็ดลับ: หากสินค้ามีหลายสี ให้เตรียมรูปแยกตามสีให้ครบ เพื่อใช้กับ Variable Product ในภายหลัง
ส่วนที่ 3, การเตรียมข้อมูลสินค้า
3.1 ข้อมูลที่ต้องเตรียมก่อนลงสินค้าทุกครั้ง
| ข้อมูล | รายละเอียด | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| ชื่อสินค้า (ภาษาไทย) | ชื่อชิ้นส่วน + รุ่นรถ + รหัสอะไหล่ | กระบอกสูบ WAVE125i [12100-KPH-700] |
| รุ่นรถที่รองรับ | ระบุรุ่นและปีให้ชัดเจน | Wave125i ปี 2019–2022 |
| รหัสอะไหล่ | รหัส OEM จากศูนย์ Honda | 12100-KPH-700 |
| ราคา (บาท) | ราคาขายปลีก ไม่รวม/รวม VAT | 2,370 บาท |
| สต็อก | จำนวนในคลัง | 5 ชิ้น |
| น้ำหนัก/ขนาด | สำหรับคำนวณค่าส่ง (ถ้ามี) | 0.5 kg |
| หมวดหมู่ | หมวดหลัก + หมวดย่อย | เครื่องยนต์ > เสื้อสูบ |
| แท็ก | คำค้นหาเพิ่มเติม | wave125i, กระบอกสูบ, เสื้อสูบ |
3.2 โครงสร้างคำอธิบายสินค้า (Short & Long Description)
Short Description (แสดงบนหน้าสินค้า):
อะไหล่แท้เบิกศูนย์ Honda
สำหรับ: [รุ่นรถ ปี ...]
รหัสอะไหล่: [XXXX-XXX-XXX]
[ประโยชน์สั้น 1–2 ประโยค]Long Description (เนื้อหาหลัก):
- ฟังก์ชันของชิ้นส่วนนี้คืออะไร
- ปัญหาที่แก้ไขได้ (เช่น เบรกจม, สีซีด, ล้อคด)
- ข้อมูลการติดตั้ง (ถ้ามี)
- รุ่นที่เข้ากันได้ทั้งหมด
ส่วนที่ 4, การเพิ่มสินค้าประเภท Simple Product
ใช้สำหรับสินค้าที่มีแบบเดียว ไม่มีตัวเลือกสี/ขนาด เช่น กระบอกสูบ WAVE125i, ชุดกุญแจ, ขาตั้งคู่
ขั้นตอนการเพิ่ม Simple Product
ขั้นตอนที่ 1, เข้าสู่หน้าเพิ่มสินค้า
- ล็อกอินเข้า WordPress Admin (
tick-alaiderm.com/tc-login) - ไปที่เมนู Products → Add New
ขั้นตอนที่ 2, กรอกชื่อสินค้า
- พิมพ์ชื่อสินค้าในช่อง Product name ด้านบนสุด
- ใช้รูปแบบ:
[ชื่อชิ้นส่วน] [รุ่นรถ] [รหัสอะไหล่ในวงเล็บเหลี่ยม] - ตัวอย่าง:
กระบอกสูบ WAVE125i [12100-KPH-700]
ขั้นตอนที่ 3, กรอก Short Description
- เลื่อนลงหา Product short description (อยู่ด้านขวาล่างหรือใต้ Editor)
- กรอกข้อมูลสรุป: รุ่นรถ, รหัสอะไหล่, ประโยชน์สั้น ๆ
ขั้นตอนที่ 4, กรอก Long Description
- พิมพ์รายละเอียดสินค้าในช่อง Product description (กล่องใหญ่ด้านบน)
- ใส่หัวข้อ เช่น “รุ่นที่รองรับ”, “ข้อมูลเพิ่มเติม” ให้อ่านง่าย
ขั้นตอนที่ 5, ตั้งค่า Product Data
- ดูกล่อง Product data กลางหน้า
- ตรวจสอบว่า Dropdown แสดง “Simple product”
- กรอกข้อมูลในแท็บ General:
- Regular price: ราคาปกติ (บาท)
- Sale price: ราคาลด (ถ้ามี), กด “Schedule” เพื่อตั้งช่วงเวลา
- ไปที่แท็บ Inventory:
- กรอก SKU: ใช้รหัสอะไหล่ เช่น
12100-KPH-700 - เปิด Manage stock แล้วกรอกจำนวนสต็อก
- ตั้ง Stock status เป็น “In stock”
- กรอก SKU: ใช้รหัสอะไหล่ เช่น
- ไปที่แท็บ Shipping (ถ้าระบุน้ำหนัก):
- กรอก Weight (kg) และ Dimensions (cm)
ขั้นตอนที่ 6, อัปโหลดรูปภาพสินค้า
- มองไปที่ด้านขวา หาส่วน Product image
- คลิก “Set product image”
- อัปโหลดรูปหลักของสินค้า (ภาพที่ดีที่สุด)
- คลิก “Add to product gallery” เพื่อเพิ่มรูปเสริม
ขั้นตอนที่ 7, กำหนดหมวดหมู่และแท็ก → ดูรายละเอียดใน ส่วนที่ 6
ขั้นตอนที่ 8, เผยแพร่สินค้า
- ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดอีกครั้ง
- คลิกปุ่ม “Publish” (หรือ “Save Draft” ถ้ายังไม่พร้อม)
- คลิก “View product” เพื่อดูผลลัพธ์บนหน้าเว็บจริง
ส่วนที่ 5, การเพิ่มสินค้าประเภท Variable Product
ใช้สำหรับสินค้าที่มีหลายตัวเลือก เช่น ชิ้นส่วนที่มีหลายสี (ZA, ZF, ZG) หรือหลายขนาด เช่น กันตก/จับหลัง Wave125i ที่มีรหัส 700ZA, 700ZF, 700ZG
ขั้นตอนที่ 1–4: เหมือนกับ Simple Product
ทำขั้นตอนที่ 1 ถึง 4 ของ Simple Product ก่อน (ชื่อ, คำอธิบาย)
ขั้นตอนที่ 5, เปลี่ยนประเภทสินค้าเป็น Variable
- ในกล่อง Product data ให้คลิก Dropdown
- เลือก “Variable product”
- หน้าจะเพิ่มแท็บ Attributes และ Variations ขึ้นมา
ขั้นตอนที่ 6, สร้าง Attributes (ตัวเลือกสินค้า)
- คลิกแท็บ Attributes
- คลิกปุ่ม “Add” เพื่อเพิ่มตัวเลือกใหม่
- พิมพ์ชื่อ Attribute เช่น:
สีหรือColor(สำหรับชิ้นส่วนที่มีหลายสี)ขนาดหรือSize(สำหรับชิ้นส่วนที่มีหลายขนาด)รหัสอะไหล่(สำหรับสินค้าที่มีหลายรหัส OEM)
- กรอกค่าตัวเลือกในช่อง Value(s):
- แยกแต่ละค่าด้วย
|เช่น:สีดำ (700ZA) | สีแดง (700ZF) | สีเงิน (700ZG)
- แยกแต่ละค่าด้วย
- ติ๊กถูก ที่ช่อง “Used for variations” ให้เสมอ
- คลิก “Save attributes”
เคล็ดลับ: ถ้าร้านมีตัวเลือกที่ใช้ซ้ำบ่อย (เช่น “สี” หรือ “รหัส”) แนะนำให้สร้างเป็น Global Attribute ใน Products → Attributes ก่อน แล้วค่อยเรียกใช้ตอนลงสินค้า
ขั้นตอนที่ 7, สร้าง Variations (ราคาและสต็อกแยกตามตัวเลือก)
-
คลิกแท็บ Variations
-
ใน Dropdown เลือก “Create variations from all attributes”
-
คลิก “Go” → ระบบจะสร้าง Variation ให้อัตโนมัติตามค่าที่กำหนด
-
คลิกที่แต่ละ Variation เพื่อกรอกข้อมูล:
ข้อมูล รายละเอียด Regular price ราคาของ Variation นั้น (บาท) SKU รหัสอะไหล่ของตัวเลือกนั้น เช่น 84100-KPH-700ZAStock qty จำนวนสต็อกของตัวเลือกนี้ Image รูปภาพเฉพาะของ Variation นั้น (ถ้ามี) -
เมื่อกรอกครบทุก Variation แล้ว คลิก “Save changes”
ข้อควรระวัง: หากมี Variation ที่ยังไม่ได้กำหนดราคา WooCommerce จะไม่แสดงสินค้านั้น กรอกราคาทุก Variation ให้ครบก่อนเผยแพร่เสมอ
ขั้นตอนที่ 8, อัปโหลดรูปภาพ
- รูปหลัก (Product Image): ใช้รูปที่ดีที่สุด หรือรูปแสดงทุก Variation รวมกัน
- Gallery: เพิ่มรูปแยกของแต่ละ Variation ในส่วน Product Gallery
- รูปประจำ Variation: อัปโหลดรูปเฉพาะสีหรือเฉพาะแบบในแต่ละ Variation (ขั้นตอนที่ 7)
ขั้นตอนที่ 9, เผยแพร่สินค้า
คลิก “Publish” และตรวจสอบหน้าสินค้าจริงว่า Dropdown ตัวเลือกแสดงถูกต้อง
ส่วนที่ 6, การกำหนดหมวดหมู่และแท็กสินค้า
6.1 โครงสร้างหมวดหมู่ของร้านติ๊ก อะไหล่เดิม
| หมวดหมู่หลัก | หมวดย่อย (ตัวอย่าง) |
|---|---|
| ช่วงล่าง (Suspension) | ล้อ, ลูกปืนล้อ, โช้ค |
| ระบบเบรก (Brakes) | ผ้าเบรก, ชุดปั้มบน, คาลิปเปอร์ |
| ระบบไฟ & ไฟฟ้า (Electrical) | เรือนไมล์, กุญแจ, ไฟหน้า |
| เครื่องยนต์ (Engine) | เสื้อสูบ, ลูกสูบ, ฝาสูบ |
| โครงรถ & ชุดสี (Frame & Bodywork) | โครงรถหลัก, พลาสติก, กันตก |
| เชื้อเพลิง & ไอเสีย (Fuel & Exhaust) | ระบบไอเสีย, แผ่นกันความร้อน |
6.2 วิธีกำหนดหมวดหมู่
- มองที่แถบด้านขวาของหน้า Add/Edit Product
- หาส่วน Product categories
- เลือกหมวดหมู่หลัก ก่อน เช่น
เครื่องยนต์ - เลือกหมวดย่อย ด้วย เช่น
เสื้อสูบ→เสื้อสูบ (Cylinder Block) - ควรเลือกทั้งหมวดหลักและหมวดย่อย เพื่อให้สินค้าแสดงใน navigation ได้ถูกต้อง
- หากไม่มีหมวดที่เหมาะสม ให้แจ้งผู้จัดการก่อนสร้างหมวดใหม่
ห้าม: วางสินค้าไว้ในหมวดหลักเพียงอย่างเดียวโดยไม่เลือกหมวดย่อย เพราะจะทำให้ระบบกรองสินค้าไม่ทำงาน
6.3 วิธีกำหนดแท็ก (Tags)
- หาส่วน Product tags ในแถบด้านขวา
- พิมพ์คำแท็กแล้วกด Enter หรือ Add
- แท็กที่แนะนำให้ใส่เสมอ:
- ชื่อรุ่นรถ (เช่น
wave125i,click125i,pcx150) - ชื่อชิ้นส่วน (เช่น
กระบอกสูบ,ผ้าเบรก,ขาตั้ง) - รหัสอะไหล่ (เช่น
12100-KPH-700) - ปีที่รองรับ (เช่น
2019,2020,2021) - คำที่ลูกค้าอาจค้นหา (เช่น
เสื้อสูบ,บอดี้,ชุดสี)
- ชื่อรุ่นรถ (เช่น
เคล็ดลับ: ใส่แท็ก 5–10 คำต่อสินค้า ไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไป แท็กช่วยให้สินค้าปรากฏในผลการค้นหาภายในเว็บ
ส่วนที่ 7, การจัดการสต็อกและอัปเดตราคาสินค้า
7.1 การอัปเดตสต็อกสินค้าทีละรายการ
ใช้เมื่อรับสินค้าเข้าคลัง, ขายออก, หรือนับสต็อกประจำรอบ
-
ไปที่ Products → All Products
-
ค้นหาสินค้าที่ต้องการ แล้วคลิก “Edit”
-
เลื่อนลงไปที่กล่อง Product data → แท็บ Inventory
-
อัปเดตตัวเลขใน Stock quantity
-
ตรวจสอบ Stock status ให้ตรงกับสถานะจริง:
Stock Status ความหมาย ใช้เมื่อ In stock มีสินค้าพร้อมส่ง สต็อก > 0 Out of stock สินค้าหมด สต็อก = 0 และยังไม่มีของเข้า On backorder สั่งจองได้ รอสินค้า สต็อก = 0 แต่กำลังสั่งเข้า -
คลิก “Update” เพื่อบันทึก
ข้อควรระวัง: หากเปิด “Manage stock” ไว้ ระบบจะหักสต็อกอัตโนมัติเมื่อมีออเดอร์ ไม่ต้องลดเลขเอง แต่ต้องเพิ่มเลขทุกครั้งที่รับสินค้าเข้า
7.2 การอัปเดตสต็อกหลายรายการพร้อมกัน (Bulk Edit)
ใช้เมื่อต้องอัปเดตสต็อกหลายสินค้าในคราวเดียว เช่น หลังรับของจากซัพพลายเออร์
- ไปที่ Products → All Products
- ติ๊กถูกหน้าสินค้าที่ต้องการอัปเดต (เลือกได้หลายรายการ)
- ที่ Dropdown “Bulk actions” เลือก “Edit” → คลิก “Apply”
- หน้าจอ Bulk Edit จะเปิดขึ้น, แก้ไขได้เฉพาะ:
- Stock: จำนวนสต็อก
- Stock status: สถานะสินค้า
- คลิก “Update” เพื่อบันทึกทุกรายการพร้อมกัน
หมายเหตุ: Bulk Edit ไม่รองรับการตั้งค่าสต็อกแยก Variation, ต้องเข้าไปแก้ไขทีละสินค้าสำหรับ Variable Product
7.3 การจัดการสต็อก Variable Product แยกตามตัวเลือก
สำหรับสินค้าที่มีหลาย Variation เช่น กันตก/จับหลัง Wave125i (สีดำ, สีแดง, สีเงิน) ต้องอัปเดตสต็อกแต่ละสีแยกกัน
- เปิดสินค้าที่ต้องการ → แท็บ Variations
- คลิกที่ลูกศรเพื่อขยาย Variation ที่ต้องการอัปเดต
- แก้ไขตัวเลขใน Stock quantity ของ Variation นั้น
- ทำซ้ำกับทุก Variation ที่มีการเปลี่ยนแปลง
- คลิก “Save changes”
7.4 การตั้งการแจ้งเตือนสต็อกต่ำ (Low Stock Alert)
ป้องกันสินค้าหมดโดยไม่รู้ตัว ระบบจะส่งอีเมลแจ้งเตือนเมื่อสต็อกต่ำกว่าที่กำหนด
ตั้งค่าระดับร้าน (ทำครั้งเดียว ใช้กับทุกสินค้า):
- ไปที่ WooCommerce → Settings → Products → Inventory
- ตั้งค่า Low stock threshold (แนะนำ:
3ชิ้น) - ตั้งค่า Out of stock threshold (แนะนำ:
0) - ใส่อีเมลผู้รับแจ้งเตือนใน Notification recipient(s)
- คลิก “Save changes”
ตั้งค่าเฉพาะสินค้า (Override ค่าระดับร้าน):
- เปิดสินค้า → แท็บ Inventory
- กรอกตัวเลขใน Low stock threshold ของสินค้านั้น ๆ
7.5 การอัปเดตราคาสินค้าทีละรายการ
- ไปที่ Products → All Products → คลิก “Edit” บนสินค้าที่ต้องการ
- เลื่อนลงที่กล่อง Product data → แท็บ General
- แก้ไขราคาในช่อง:
- Regular price: ราคาปกติ (ต้องกรอกเสมอ)
- Sale price: ราคาลด (กรอกเมื่อมีโปรโมชัน)
- หากต้องการตั้งช่วงเวลาลดราคา คลิก “Schedule” ข้างช่อง Sale price แล้วเลือกวันเริ่ม–วันสิ้นสุด
- คลิก “Update” เพื่อบันทึก
แนะนำ: ห้ามลบ Regular price ออก แม้จะมี Sale price อยู่ก็ตาม เพราะราคาเดิมจะแสดงขีดฆ่าให้ลูกค้าเห็นว่าลดราคาอยู่
7.6 การอัปเดตราคาหลายรายการพร้อมกัน (Bulk Price Update)
ใช้เมื่อปรับราคาสินค้าหลายรายการพร้อมกัน เช่น ปรับขึ้นราคาตามต้นทุนใหม่
-
ไปที่ Products → All Products
-
กรองสินค้าตามหมวดหมู่ที่ต้องการปรับ (ใช้ Filter ด้านบน)
-
ติ๊กถูกสินค้าที่ต้องการ → Bulk actions → Edit → Apply
-
ในหน้า Bulk Edit หา Price และ Sale Price
-
เลือกวิธีปรับ:
ตัวเลือก ความหมาย ตัวอย่าง Change to ตั้งราคาใหม่เป็นตัวเลขที่กำหนด เปลี่ยนเป็น 450 บาท Increase by (fixed amount) บวกเพิ่มจากราคาเดิม บวกเพิ่ม 50 บาท Decrease by (fixed amount) ลดออกจากราคาเดิม ลด 30 บาท Increase by (percentage) บวกเพิ่มเป็นเปอร์เซ็นต์ บวก 10% Decrease by (percentage) ลดเป็นเปอร์เซ็นต์ ลด 5% -
คลิก “Update” เมื่อพร้อม
ข้อควรระวัง: ตรวจสอบรายการสินค้าที่เลือกให้ครบถ้วนก่อนกด Update เพราะการเปลี่ยนแปลงราคาแบบ Bulk จะมีผลทันทีและไม่มี Undo
7.7 การอัปเดตราคา Variable Product แยกตาม Variation
สำหรับสินค้าที่แต่ละ Variation มีราคาต่างกัน เช่น ชิ้นส่วนต่างสีมีต้นทุนต่างกัน
- เปิดสินค้า → แท็บ Variations
- คลิกที่ลูกศรขยาย Variation ที่ต้องการเปลี่ยนราคา
- แก้ไข Regular price และ Sale price ของ Variation นั้น
- ทำซ้ำกับทุก Variation ที่มีการเปลี่ยนแปลง
- คลิก “Save changes”
ทางลัด, ปรับราคาทุก Variation พร้อมกัน:
- ในแท็บ Variations คลิก “Bulk actions” (Dropdown เล็ก ๆ ด้านบน)
- เลือก “Set regular prices” หรือ “Set sale prices”
- กรอกราคาที่ต้องการ → ระบบจะใส่ราคาเดียวกันให้ทุก Variation
7.8 ตารางสรุป: สถานการณ์และวิธีดำเนินการ
| สถานการณ์ | วิธีที่แนะนำ |
|---|---|
| รับสินค้าเข้าคลัง 1 รายการ | Edit สินค้า → Inventory → เพิ่มสต็อก |
| รับสินค้าเข้าคลังหลายรายการ | Bulk Edit → อัปเดต Stock |
| สินค้าหมด ต้องการซ่อนชั่วคราว | เปลี่ยน Stock status เป็น “Out of stock” |
| ปรับราคาตามต้นทุนใหม่ (ทีละรายการ) | Edit → General → Regular price |
| ปรับราคาหลายรายการพร้อมกัน | Bulk Edit → ใช้ Increase/Decrease % |
| ลดราคาโปรโมชันมีกำหนด | Sale price + Schedule วันเริ่ม-สิ้นสุด |
| สินค้ากำลังจะหมด ต้องแจ้งเตือน | ตั้ง Low stock threshold ใน Inventory |
ส่วนที่ 8, ตรวจสอบก่อนเผยแพร่
ใช้ Checklist นี้ทุกครั้งก่อนกด Publish
Checklist สินค้าทุกประเภท
- ชื่อสินค้าถูกต้อง มีรหัสอะไหล่ในวงเล็บเหลี่ยม
- Short Description ระบุรุ่นรถและปีที่รองรับ
- Long Description มีข้อมูลเพียงพอสำหรับลูกค้า
- กำหนดราคา Regular Price แล้ว
- SKU ตรงกับรหัสอะไหล่จริง
- ตั้งค่าสต็อก (Manage Stock) เรียบร้อย
- อัปโหลดรูปสินค้าหลักแล้ว (อย่างน้อย 1 รูป)
- เลือกหมวดหมู่หลักและหมวดย่อยครบ
- ใส่แท็กอย่างน้อย 5 คำ
Checklist เพิ่มเติมสำหรับ Variable Product
- สร้าง Attribute และ ติ๊ก “Used for variations” แล้ว
- Variation ทุกตัวมีราคากำหนดแล้ว
- SKU ของแต่ละ Variation ถูกต้อง
- สต็อกแต่ละ Variation กรอกครบ
- รูปภาพแต่ละ Variation (ถ้ามี) อัปโหลดแล้ว
หลังเผยแพร่
- คลิก “View product” ตรวจสอบหน้าสินค้าบนเว็บจริง
- ทดสอบกด “หยิบใส่ตะกร้า” ว่าทำงานปกติ
- สำหรับ Variable Product: ทดสอบเลือก Dropdown ทุกตัวเลือก
- แจ้งทีมในกลุ่มเมื่อลงสินค้าเสร็จ พร้อมลิงก์สินค้า
ข้อควรจำสำหรับทีมงาน
| สิ่งที่ต้องทำ | สิ่งที่ห้ามทำ |
|---|---|
| ใช้รหัสอะไหล่จากเอกสารศูนย์ Honda เสมอ | ใช้รหัสโดยเดาเอง |
| ระบุปีที่รองรับให้ชัดเจน | ใส่ข้อมูลกว้าง ๆ เช่น “รุ่นใหม่” |
| ตั้งชื่อไฟล์รูปเป็นภาษาอังกฤษ | ตั้งชื่อไฟล์เป็นภาษาไทยหรือมีช่องว่าง |
| ตรวจสอบราคากับผู้จัดการก่อนลงสินค้าใหม่ | กำหนดราคาเองโดยไม่ได้รับอนุมัติ |
| Save Draft ถ้าข้อมูลยังไม่ครบ | Publish สินค้าที่ข้อมูลไม่สมบูรณ์ |
| อัปเดตสต็อกทุกครั้งที่รับของเข้าคลัง | ปล่อยสต็อกค้างโดยไม่อัปเดต |
| ตั้ง Low stock threshold ทุกสินค้า | รอให้สินค้าหมดก่อนค่อยสังเกต |
เอกสารนี้จัดทำโดยทีมงาน ติ๊ก อะไหล่เดิม สำหรับใช้ภายในองค์กรเท่านั้น
หากมีคำถามหรือข้อสงสัย ติดต่อผู้จัดการหรือทีม IT ก่อนดำเนินการ