คู่มือการจัดการออเดอร์และการจัดส่ง
ติ๊ก อะไหล่เดิม | TICK ALAIDERM
เอกสารภายใน, สำหรับทีมงานเท่านั้น
เวอร์ชัน: 1.0
อัปเดตล่าสุด: มิถุนายน 2569
เว็บไซต์: tick-alaiderm.com
สารบัญ
- การตรวจสอบและประมวลผลออเดอร์
- สถานะออเดอร์และการจัดการ
- การจัดเตรียมสินค้าสำหรับจัดส่ง
- การเลือกบริการจัดส่ง
- การจัดส่งและติดตามสภาวะ
- การจัดการปัญหากับลูกค้า
- Checklist ทุกขั้นตอน
ส่วนที่ 1, การตรวจสอบและประมวลผลออเดอร์
1.1 วิธีการดูออเดอร์ใหม่
ทุกครั้งที่ลูกค้าสั่งซื้อ ออเดอร์จะปรากฏในระบบ WordPress Admin
- ล็อกอินเข้า WordPress Admin (
tick-alaiderm.com/tc-login) - ไปที่ WooCommerce → Orders
- ออเดอร์ใหม่จะอยู่ด้านบนสุด มีสถานะ “Pending payment” หรือ “Processing”
1.2 ข้อมูลที่ต้องตรวจสอบทุกออเดอร์
เมื่อเปิดออเดอร์ ให้ตรวจสอบข้อมูลต่อไปนี้:
| ข้อมูล | รายละเอียด | จุดประสงค์ |
|---|---|---|
| ชื่อ-นามสกุล ลูกค้า | ตรวจสอบอักษรสะกดถูกต้อง | เพื่อจัดส่งถูกที่ถูกคน |
| เบอร์โทรศัพท์ | ต้องเป็นเบอร์ปกติ 10 หลัก | ติดต่อลูกค้าได้หากมีปัญหา |
| ที่อยู่จัดส่ง | ตรวจสอบที่อยู่ชัดเจน มีรหัสไปรษณีย์ | เพื่อไม่ให้ส่งผิดที่ |
| สินค้าในออเดอร์ | จำนวน รหัส ชื่อ ราคา | ตรวจสอบรายละเอียดถูกต้อง |
| ยอดรวมสุดท้าย | ราคาสินค้า + ค่าส่ง + ภาษี | ตรวจสอบราคา |
| วิธีชำระเงิน | โอนธนาคาร, บัตรเครดิต, เก็บเงินปลายทาง | เพื่อรู้วิธีส่งสินค้า |
1.3 ขั้นตอนการตรวจสอบการชำระเงิน
สำหรับออเดอร์โอนธนาคาร:
- ดูสถานะ Payment Status ว่าแสดง “Paid” หรือยัง
- ตรวจสอบในแอปธนาคารว่าได้รับเงินเข้าบัญชีจริงหรือไม่
- ถ้าลูกค้าโอนแล้วแต่ระบบยังไม่อัปเดต ให้รอซักครู่ (ระบบอัปเดตโดยอัตโนมัติ)
- ถ้ารอ 5 นาทีแล้วยังไม่ได้รับเงิน แจ้งไปยัง Admin/ผู้จัดการ ก่อนส่งสินค้า
สำหรับออเดอร์เก็บเงินปลายทาง:
- ไม่ต้องรอเงิน สามารถเตรียมส่งได้เลย
- ขับขี่จะรวบรวมเงินจากลูกค้าแล้วส่งให้ในวันถัดไป
สำหรับออเดอร์บัตรเครดิต:
- ระบบจะประมวลผลอัตโนมัติ
- หากไม่ผ่าน ลูกค้าจะได้รับ notification ให้ลองใหม่
1.4 การทำเครื่องหมายสินค้าที่ชำระเงินแล้ว
- เมื่อตรวจสอบว่าลูกค้าชำระเงินแล้ว
- เลื่อนลงไปที่ส่วน Order actions (กล่องทางด้านขวา)
- เปลี่ยน Order status จาก “Pending payment” เป็น “Processing” หรือ “Completed”
- Processing: ยังไม่จัดส่ง หรือกำลังจัดเตรียม
- Completed: ได้จัดส่งแล้ว
- คลิก “Update” เพื่อบันทึก
ส่วนที่ 2, สถานะออเดอร์และการจัดการ
2.1 ตารางสถานะออเดอร์และความหมาย
| สถานะ | ความหมาย | ขั้นตอนถัดไป |
|---|---|---|
| Pending payment | ลูกค้ายังไม่ชำระเงิน | รอเงิน หรือติดต่อลูกค้า |
| Processing | ได้รับเงินแล้ว กำลังเตรียมส่ง | จัดเตรียมสินค้า > จัดส่ง |
| On hold | ออเดอร์อยู่ระหว่างการตรวจสอบ | ตรวจสอบให้เสร็จ แล้วเปลี่ยนเป็น Processing |
| Completed | ได้ส่งสินค้าแล้ว | ติดตามลูกค้า จนกว่าจะถึงมือ |
| Cancelled | ลูกค้ายกเลิก หรือสินค้าหมด | ติดต่อลูกค้า และจัดเตรียมคืนเงิน |
| Refunded | คืนเงินแล้ว | ออเดอร์สิ้นสุด |
2.2 การเปลี่ยนแปลงสถานะออเดอร์
- เปิดออเดอร์ที่ต้องการเปลี่ยนสถานะ
- มองที่ส่วน Order actions ด้านขวา
- ที่ Dropdown Status เลือกสถานะใหม่
- (ทางเลือก) ใส่หมายเหตุเพิ่มเติมในช่อง Add order note
- คลิก “Update” เพื่อบันทึก
- ระบบจะส่ง email ให้ลูกค้าแจ้งเรื่องการเปลี่ยนสถานะโดยอัตโนมัติ
หมายเหตุ: การเปลี่ยนสถานะออเดอร์จะส่งการแจ้งเตือนไปยังลูกค้าโดยอัตโนมัติ ดังนั้นตรวจสอบว่าสถานะถูกต้องก่อนกด Update
2.3 การเพิ่มหมายเหตุส่วนตัว (Internal Order Note)
ใช้เพื่อบันทึกหมายเหตุภายในร้านเท่านั้น ลูกค้าไม่เห็น
- ในส่วน Order notes (ล่างขวา) คลิก “Add an order note”
- พิมพ์หมายเหตุ เช่น:
- “สินค้า 1 ชิ้นขาด รอสินค้าเข้าคลัง”
- “โอนเงินมาแล้ว จัดส่งวันอังคาร”
- “ลูกค้าสอบถามสี ตรวจสอบแล้ว ถูกต้อง”
- ติ๊กถูกที่ช่อง “Private note” เพื่อให้เป็นหมายเหตุภายใน
- คลิก “Add note”
ส่วนที่ 3, การจัดเตรียมสินค้าสำหรับจัดส่ง
3.1 ขั้นตอนการเตรียมสินค้า
เมื่อสถานะเปลี่ยนเป็น “Processing” ให้ทำตามขั้นตอนนี้:
-
ตรวจสอบสต็อก
- เปิดออเดอร์และดูรายการสินค้า
- ตรวจสอบในคลังว่าสินค้าในแต่ละชิ้นมีอยู่ครบหรือไม่
- หากสินค้าขาด ทำการ backorder หรือติดต่อลูกค้า (ดู ส่วนที่ 6)
-
เก็บสินค้าจากคลัง (Picking)
- นำรายการสินค้าจากออเดอร์
- ค้นหาชิ้นส่วนตามรหัส (SKU) บนแพ็คเก็ต
- นำสินค้าออกจากชั้นวางแล้วตรวจสอบ:
- ชื่อสินค้าถูกต้อง
- จำนวนถูกต้อง
- สภาพดี ไม่เสียหาย
-
ตรวจสอบสินค้า (QC Check)
- ดูว่าสินค้าอยู่ในสภาพดี
- ตรวจสอบสีต่อรูปภาพในออเดอร์ (สำคัญสำหรับสินค้าหลายสี)
- ตรวจหาร่องรอยแตกหัก รอยตำหนิ
- หากพบปัญหา แจ้งผู้จัดการก่อนส่ง
-
บรรจุสินค้า (Packing)
- ใช้กล่องหรือซองขนาดเหมาะสม
- บุพื้นกล่องด้วยกระดาษ/โฟมเบา ๆ เพื่อป้องกันการเขย่า
- วางสินค้าลงในกล่อง
- ใส่เอกสารออเดอร์และใบเก็บเงิน (ถ้าเป็นเก็บเงินปลายทาง)
- ปิดกล่อง ปิดซองให้แน่น
-
ติดโอนใบส่ง
- พิมพ์ใบส่งจากระบบ (ดู ส่วนที่ 5)
- ติดใบส่งลงบนกล่องด้านบนสัก 2 แห่ง
- ให้เด่นชัด ไม่ซ้อนทับ ไม่เปียก
-
บันทึกในระบบ
- เมื่อจัดเตรียมเสร็จแล้ว เลิกช่วงเวลา (เพิ่มหมายเหตุ “Ready to ship”)
- เปลี่ยนสถานะเป็น “Ready for pickup” (ถ้ามีระบบ) หรือรักษาไว้ที่ “Processing”
3.2 ลิสต์ตรวจสอบ Packing
ใช้เพื่อให้แน่ใจว่าจัดเตรียมสินค้าครบถ้วน:
- ตรวจสอบรหัสออเดอร์ตรงกับรหัสบนใบส่ง
- ชิ้นส่วนครบตามรายการในออเดอร์
- จำนวนสินค้าถูกต้อง
- สินค้าไม่เสียหาย ไม่แตกหัก
- บรรจุลงกล่องให้นิ่ม ไม่เขย่า
- ใส่ใบเก็บเงิน (ถ้าเก็บเงินปลายทาง)
- ใส่เอกสารสินค้า (ถ้ามี)
- ปิดกล่องให้แน่น ใช้เทปกาว
- ติดใบส่งชัดเจน
- ตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์บนใบส่ง
ส่วนที่ 4, การเลือกบริการจัดส่ง
4.1 บริการจัดส่งที่ร้านติ๊กใช้
| บริการ | ขนาดสูงสุด | เวลาส่ง | ค่าส่ง | เหมาะสำหรับ |
|---|---|---|---|---|
| Kerry Express (KX) | 60×60×60 cm, 20 kg | 1–2 วัน (BKK), 2–3 วัน (ต่างจังหวัด) | 40–200 บาท | ชิ้นส่วนเล็ก, ด่วน |
| J&T Express | 60×60×60 cm, 20 kg | 1–2 วัน (BKK), 2–3 วัน (ต่างจังหวัด) | 35–180 บาท | ชิ้นส่วนปกติ, ประหยัด |
| Flash Express | 50×50×50 cm, 15 kg | เดิม 1 วัน, ตอนนี้ 2–3 วัน | 30–150 บาท | ชิ้นส่วนเล็ก, ท้องถิ่น |
| ไปรษณีย์ไทย | ไม่จำกัด | 3–5 วัน | 20–500+ บาท | ชิ้นส่วนใหญ่ |
| Lalamove/Grab | ขึ้นอยู่กับรถ | วันเดียว | 50–300+ บาท | ด่วนมาก (BKK) |
4.2 การเลือกบริการจัดส่ง
ใช้เกณฑ์นี้ในการเลือก:
| พิจารณา | วิธีเลือก |
|---|---|
| ขนาดและน้ำหนักสินค้า | ชิ้นเล็ก (แล้ว) = KX, J&T, Flash |
| ความด่วน | ลูกค้าวันนี้ = Lalamove |
| งบประมาณลูกค้า | ระบุค่าส่งชัด = เลือกตามที่ลูกค้าจ่ายแล้ว |
| ระยะทาง | กรุงเทพ = KX, J&T, Flash ได้ |
หมายเหตุ: โปรแกรม WooCommerce อาจจะเชื่อมต่อกับระบบจัดส่งบางค่าย จึงอัตโนมัติเลือก แต่ยังต้องตรวจสอบและปรับแต่งแต่ละครั้ง
ส่วนที่ 5, การจัดส่งและติดตามสภาวะ
5.1 ขั้นตอนการจัดส่งสินค้า
วิธีที่ 1: ใช้ระบบ WooCommerce (ถ้าเชื่อมต่อแล้ว)
- เปิดออเดอร์ที่เตรียมส่งเสร็จแล้ว
- ที่ส่วน Shipping details คลิก “Create shipment” หรือ “Get shipping label”
- เลือกบริการจัดส่ง และกรอก:
- น้ำหนัก (kg)
- ขนาดกล่อง (cm)
- ประเภท (Parcel, Document ฯลฯ)
- ระบบจะคำนวณค่าส่ง → คลิก “Create shipping”
- ระบบจะออก Tracking number และ label อัตโนมัติ
- ปริ้นท์ label ออกมา ติดบนกล่อง
วิธีที่ 2: ส่งด้วยตัวเอง (อยู่ด้วยกับร้าน)
- คลิก “Add tracking number” ในส่วน Shipping
- เลือกบริการจัดส่ง
- กรอก Tracking number (เบอร์พัสดุจากจุดส่ง)
- คลิก “Add” เพื่อบันทึก
วิธีที่ 3: ส่งจ่ายสูง (ปิดกับคนขับแล้ว)
- ตรวจสอบสินค้าว่าเตรียมเสร็จแล้ว
- ลดตัวเลขในส่วน Inventory (ลบออกจากสต็อก), ระบบอาจทำอัตโนมัติหลังจากจัดส่ง
- เปลี่ยนสถานะออเดอร์เป็น “Completed” (เพราะไม่มีการติดตามเลขพัสดุ)
- เพิ่มหมายเหตุ “Picked up by driver on [date]“
5.2 การติดตามสภาวะการจัดส่ง
ต้องแจ้งหมายเลขติดตาม (Tracking number) ให้ลูกค้าเพื่อตรวจสอบได้
ส่วน WooCommerce:
- เมื่อบันทึก Tracking number แล้ว ลูกค้าจะได้รับอีเมล containing ลิงก์ติดตาม
- หรือลูกค้าสามารถล็ออิน My Account → Order details → ดู Tracking number
ที่หน้าหลัก ออเดอร์:
- ทำเครื่องหมาย “Status: Completed” + “Tracking number: XXXX” เพื่อให้ลูกค้าเห็น
5.3 ตัวอย่าง Tracking Number ของแต่ละบริการ
| บริการ | รูปแบบเลข | ตัวอย่าง | เว็บติดตาม |
|---|---|---|---|
| Kerry Express | 13 หลัก | 1234567890123 | kerryexpress.com/tracking |
| J&T Express | EX + 13 หลัก | EX1234567890123 | jtexpress.com.th/tracking |
| Flash Express | FL + 13 หลัก | FL1234567890123 | flashexpress.com/tracking |
| ไปรษณีย์ไทย | 13 หลัก | 1234567890123 | track.ems.go.th |
| Lalamove/Grab | ตัวอักษร-ตัวเลข | ABC-XYZ-123456 | ตามแอป |
5.4 ฟังก์ชันหลัก WooCommerce ที่เกี่ยวกับการจัดส่ง
| ฟังก์ชัน | ที่อยู่ | ใช้เมื่อ |
|---|---|---|
| Fulfillment Status | แสดงใน Order detail | ตรวจสอบเตรียมส่งเสร็จหรือยัง |
| Add tracking number | ในส่วน Shipping | จัดส่งเสร็จแล้ว บันทึกหมายเลข |
| Add order note | ล่างขวา Order | เพิ่มหมายเหตุให้เจ้าหน้าที่ |
| Email customer | Dropdown ด้านบน | ส่ง email เพิ่มเติมให้ลูกค้า |
ส่วนที่ 6, การจัดการปัญหากับลูกค้า
6.1 ลูกค้าสอบถามว่าสินค้ามาถึงหรือยัง
ตอบ:
- เช็ก Tracking number ในออเดอร์ → ขอลูกค้าไปติดตามใน App บริการขนส่ง
- บอกลูกค้า “ตามหมายเลข XXXX ระบบแสดง [สถานะล่าสุด]”
- ถ้าติดตามหายไป = โทรไปที่บริการขนส่งด้วยหมายเลขนั้น
หากลูกค้าไม่ได้หมายเลข:
- ขอลูกค้าส่ง Screenshot อีเมลหรือ Order number
- ค้นหาหมายเลข Tracking ในออเดอร์
- ส่งให้ลูกค้า + ลิงก์เว็บติดตาม
6.2 สินค้าหายระหว่างขนส่ง
ขั้นตอนฉุกเฉิน:
- ให้ลูกค้าแจ้งบริการขนส่งทันทีว่าสินค้าไม่ได้รับ
- ร้านติดต่อบริการขนส่งด้วย (มีหมายเลขพัสดุ)
- บริการจะค้นหา + สืบสวน (ใช้เวลา 3–7 วัน)
ความรับผิดชอบ:
- ถ้าบริการขนส่งหาได้ = บริการจ่ายชดใช้
- ถ้าหาไม่ได้ = ทีมงานร้านจะกับคุณ (ขึ้นอยู่นโยบายร้าน)
ร้านควรทำ:
- บันทึกหมายเหตุในออเดอร์ “Lost in transit, investigating”
- อย่าเปลี่ยนสถานะออเดอร์เป็น “Completed” ทันที
- รอผลจากบริการขนส่ง
- หลังจากมีผลก็ติดต่อลูกค้าเพื่อจัดการแก้ปัญหา
6.3 สินค้ามาถึงแล้ว แต่หัก/แตก/เสีย
ตอบลูกค้าทันที:
- ขออภัยที่สินค้าเสีย
- ขอให้ลูกค้า Send ภาพถ่ายความเสียหาย
- บันทึกในออเดอร์
ตัดสินใจ:
- เปลี่ยนของใหม่: ถ้าสินค้าเป็นความผิดของบริการขนส่ง ร้านจะสั่งเข้าใหม่
- คืนเงิน: ถ้าสินค้าไม่มีแล้ว จัดเตรียมการคืนเงิน
บันทึกในระบบ:
- สร้าง Refund ในออเดอร์ (ที่ Refunds section)
- กรอก Reason: “Item damaged in transit”
- กำหนดจำนวนเงินที่คืน (เต็มจำนวนหรือลด ค่าส่ง)
- คลิก “Refund” เพื่อบันทึก
- ระบบจะคืนเงินให้ลูกค้าโดยอัตโนมัติ
6.4 ลูกค้ายกเลิกออเดอร์หลังจากสั่งแล้ว
ถ้า ยังไม่ส่ง:
- เปลี่ยนสถานะเป็น “Cancelled”
- สร้าง Refund เต็มจำนวน
- บันทึกหมายเหตุ “Order cancelled by customer”
ถ้า ส่งไปแล้ว (อยู่ระหว่างขนส่ง):
- ติดต่อบริการขนส่ง = ขอยึด/คืนพัสดุ (อาจไม่ได้เพราะรถออกแล้ว)
- ถ้าคืนไม่ได้ = ให้ลูกค้ารับสินค้า แล้วจัดการ Return (ดู 6.5)
บันทึกในระบบ:
- เปลี่ยนสถานะเป็น “Cancelled” + สร้าง Refund + เพิ่มหมายเหตุ
6.5 ลูกค้าต้องการ Return (คืนสินค้า)
ลูกค้าต้องการคืน แต่เหตุผลไม่เกี่ยวเร่านสินค้า:
- ทีมงานพิจารณา = ยอมรับหรือปฏิเสธการ Return
- ถ้า ยอมรับ = ให้ลูกค้ากลับมาหรือส่งมาแบบ COD
- ถ้า ปฏิเสธ = อธิบายเหตุผลให้ลูกค้าเข้าใจ
ตัวอย่างนโยบาย Return:
- ยอมรับคืน: สินค้าเสีย, หัก, ส่งผิด, ผู้ใช้เปลี่ยนใจ
- ไม่ยอมรับคืน: ใช้ไปแล้ว, มีข่อย/รอย, ไม่มีกล่องต้นฉบับ
บันทึก:
- เปลี่ยนสถานะเป็น “Refunded” เมื่อได้สินค้ากลับและตรวจสอบเสร็จ
- สร้าง Refund ตามจำนวนที่ตกลง
- เพิ่มหมายเหตุ “Return accepted, refund processed”
ส่วนที่ 7, Checklist ทุกขั้นตอน
Checklist: รับออเดอร์ใหม่
- ตรวจสอบชื่อ-นามสกุล ลูกค้า (สะกดถูกต้อง)
- ตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ (10 หลัก, ใช้ได้)
- ตรวจสอบที่อยู่จัดส่ง (ชัดเจน, มีรหัสไปรษณีย์)
- ตรวจสอบสินค้าทั้งรายการ (ชื่อ, จำนวน, ราคา)
- ตรวจสอบการชำระเงิน (ได้รับเงินจริงหรือยัง)
- ตรวจสอบวิธีจัดส่ง (ตรงกับพื้นที่, ค่าส่ง)
- เปลี่ยนสถานะเป็น “Processing” (ถ้าชำระแล้ว)
Checklist: เตรียมสินค้า
- ตรวจสอบสต็อกในคลัง (มีครบไหม)
- เก็บสินค้าตามรหัส (เก็บให้ถูกชิ้น)
- ตรวจสอบสินค้า QC (ไม่เสียหาย, สีถูกต้อง)
- บรรจุลงกล่องให้นิ่ม (ไม่เขย่า)
- ใส่เอกสาร + ใบเก็บเงิน (ถ้าเป็นเก็บเงินปลายทาง)
- ปิดกล่องให้แน่น (ใช้เทปกาว)
- ติดใบส่งชัดเจน (อย่างน้อย 2 แห่ง)
Checklist: จัดส่ง
- เลือกบริการจัดส่งที่เหมาะสม
- ป้อนข้อมูลจัดส่ง (น้ำหนัก, ขนาด, ที่อยู่)
- ได้ Tracking number (บันทึกลงระบบ)
- ปริ้นท์ label ติดบนกล่อง
- ส่งกล่องให้บริการขนส่ง
- เปลี่ยนสถานะออเดอร์เป็น “Completed”
- แจ้งลูกค้าว่าส่งแล้ว + ส่ง Tracking number
Checklist: ติดตาม
- ติดตามสภาวะการจัดส่ง (ทุก 1–2 วัน)
- พร้อมตอบคำถามลูกค้า (หากถามถึงสินค้า)
- หากสินค้าหลุด/สูญหาย = ติดต่อบริการขนส่งทันที
- หากสินค้าเสีย = เตรียมการ Refund/Replace
ข้อควรจำ
| สิ่งที่ต้องทำ | สิ่งที่ห้ามทำ |
|---|---|
| ตรวจสอบข้อมูลลูกค้าก่อนจัดส่ง | จัดส่งโดยไม่ตรวจสอบ |
| ติดตาม Tracking status ประจำวัน | ปล่อยให้ออเดอร์ “stuck” ในระบบ |
| แจ้งลูกค้าทันทีหากมีปัญหา | ปิดบังปัญหา ไม่บอกลูกค้า |
| บันทึกหมายเหตุรายละเอียดในระบบ | ทิ้งหมายเหตุให้เพื่อนเท่านั้น |
| เลือกบริการจัดส่งตามขนาดพื้นที่ | ใช้บริการเดียวทั้งหมด |
| ส่ง Tracking number ให้ลูกค้า | ให้ลูกค้าหาเลขเอง |
ตัวอย่างสถานการณ์ปัญหา และวิธีจัดการ
สถานการณ์ 1: ลูกค้าสั่งชิ้นส่วน 3 ชิ้น แต่สต็อก 1 ชิ้นขาด
ขั้นตอน:
- เขียนหมายเหตุในออเดอร์ “Item XXX out of stock”
- โทรติดต่อลูกค้า ให้ตัวเลือก: (ก) รอสินค้า (ข) ยกเลิก (ค) ส่งก่อน 2 ชิ้น
- ตามที่ลูกค้าเลือก = บันทึกลงระบบ
- หากลูกค้าเลือก (ก) = ใส่ Backorder แจ้งวันที่คาดว่าจะเข้า
- หากเลือก (ข) = ยกเลิกออเดอร์ + Refund
- หากเลือก (ค) = ส่งเฉพาะ 2 ชิ้นก่อน + บันทึกหมายเหตุว่าจะส่งชิ้นที่ 3 ในวันไหน
สถานการณ์ 2: ลูกค้าโอนเงินแล้ว แต่ระบบไม่อัปเดต
ขั้นตอน:
- ตรวจสอบในแอป Bank ว่าได้รับเงินจริงหรือไม่
- ถ้าได้ = ช้ากระบบ รอ 10 นาที แล้วรีเฟรชหน้า
- หากรอแล้วยังไม่ได้ = ติดต่อ Admin/ผู้จัดการเพื่อ Manual update
- ขอโทษลูกค้า + แจ้งว่า “ค่อนข้างจะเตรียมส่งแล้ว”
สถานการณ์ 3: สินค้ามาถึง แต่สีไม่ตรงออเดอร์
ขั้นตอน:
- ขอภาพถ่ายจากลูกค้า (เปรียบเทียบกับรูปออนไลน์)
- ตรวจสอบภายในร้าน = เก็บผิดสี หรือลูกค้าเลือกผิด
- ถ้าเก็บผิด = ลงการ Refund ครึ่งหนึ่ง + ส่งสินค้าถูกต้องแทน
- ถ้าลูกค้าเลือกผิด = ให้ตัวเลือก (ก) Return (ข) ยอมรับ + ลด 20% (ขึ้นอยู่นโยบาย)
- บันทึกรายละเอียดในออเดอร์เพื่อหลีกเลี่ยงการสับสนซ้ำ
เอกสารนี้จัดทำโดยทีมงาน ติ๊ก อะไหล่เดิม สำหรับใช้ภายในองค์กรเท่านั้น
หากมีคำถามหรือข้อสงสัย ติดต่อผู้จัดการหรือทีม IT ก่อนดำเนินการ